นี่สวรรค์ลงโทษคนขี้เกียจเกาะพ่อแม่กินอย่างฉันใช่ไหม ถึงส่งมาอยู่ในยุคสิ้นโลก คนอื่นมีระบบส่วนตัวคอยช่วยเป็นสัตว์แปลงเท่ๆ อย่าง เสือ สิงโต กระทั่งหงส์ฟ้า มังกร ก็ยังมี แต่ของฉันดันเป็นตัวสล็อตเนี่ยนะ!!

ข้อมูลเบื้องต้น

หลังจากตรากตรำกับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนสามารถสอบผ่าน และได้รับการตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับกลางในเมืองที่ตนอยู่ จางถิงก็พอใจมากแล้ว ตอนนี้เธอจึงใช้ชีิวิตอย่างสุขีสโมสรไปกับการนอนผึ่งพุงอยู่บ้านเป็นปลาเค็มไปวันๆ ทั้งตะลุยอ่านนิยายอย่างเต็มเหนี่ยว ทั้งดูซีรีย์ที่ลิตส์ไว้จนตาแฉะ เรียกว่าใช้ชีวิตเป็นตัวขี้เกียจสุดๆ รอจนกว่ามหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่คงเพราะสวรรค์ทนเห็นเธอมีความสุขเกินไปไม่ได้ ถึงส่งเธอข้ามมิติไปอยู่ในยุควันสิ้นโลก ต้องปากกัดตีนถีบ หนีตายจากซอมบี้ วิ่งสู้ฟัดหนีสัตว์และพืชกลายพันธ์ กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดจากโลกที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติขั้นสุด เด็กสาววัย 18 อย่างฉันจะเอาชีวิตรอดอย่างไรเนี่ย

โชคดีที่สวรรค์ยังไม่ถึงกับใจร้ายเกินไป ส่งผู้ช่วยมาให้เธอ เป็นระบบส่วนตัว แต่…แต้..แต่ ทำไมระบบของคนอื่นเขาเป็นสัตว์แปลงเท่ๆ อย่าง เสือ สิงโต แม้กระทั่งสัตว์ในตำนาน อย่างหงส์ฟ้า หรือมังกร ก็ยังมี

แล้วทำไมระบบของฉันดันเป็นตัวสล็อตเนี่ยนะ!!!

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

มาเอาใจช่วยจางถิง กับน้องสล็อต พร้อมร่วมพจญภัยในยุควันสิ้นโลกไปด้วยกันนะคะ

………………………….

มาเอาใจช่วยจางถิง กับน้องสล็อต พร้อมร่วมพจญภัยในยุควันสิ้นโลกไปด้วยกันนะคะ

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

กดหัวใจ

คอมเมนต์

เก็บเข้าชั้น

เป็นกำลังใจให้ไรท์ตั้งใจปั่นนิยายด้วยนะคะ

ooo ขอบคุณแรงสนับสนุนจากรีดทุกคนค่า ooo

หากใครเพิ่งหลุดเข้ามาอ่านนิยายของไรท์ครั้งแรก ยังมีนิยายเรื่องอื่นๆด้วย ไปลองตำได้นะคะ

เรื่อง ให้ตายเถอะ ฉันโดนเด็กอ่อย (แนวรักใสๆ ความรักต่างวัย)

https://www.readawrite.com/a/97aab37df2f24b9a6e0f976f213a0a99?r=user_page

เรื่อง ย้อนเวลาไปผูกด้ายแดงในยุค 70’s (แนวตลก ดราม่า ย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต)

readawrite.com/a/9ac7e86c7fede7aa3b0ce446d1cddaad? r=user_page

**นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง โดยไม่ได้อิงกับประวัติศาสตร์ หรือหลักวิชาการใดๆ บางส่วนแต่งขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรส และสีสันของเนื้อเรื่อง ผู้อ่านไม่สามารถนำเนื้อหาของนิยายไปใช้ในการอ้างอิงเชิงวิชาการใดๆ ได้**

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2538 (ฉบับเพิ่มเติม) ห้ามมิให้สแกนหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

ข้อมูลประกอบการอ่าน

ระดับพลังนักเล่น

คนบนโลกใบนี้ มีคนที่มีระบบเช่นกัน แต่ต้องเป็นผู้เล่นระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปเท่านั้น โดยระดับของผู้เล่นจะแบ่งเป็น

ระดับฝึกหัด มี 5 ขั้น

ระดับพื้นฐาน มี 5 ขั้น

ระดับเชี่ยวชาญ มี 5 ขั้น

ระดับมืออาชีพ มี 5 ขั้น

ระดับมาสเตอร์ 5 ขั้น

เมื่อผู้เล่นขึ้นมาถึงระดับเชี่ยวชาญ นอกจากจะปรากฏระบบร่างแปลงแล้ว ยังมีมิติส่วนตัวเกิดขึ้นด้วย ยิ่งระดับสูง มิติก็จะใหญ่ขึ้น

สีคริสตัลในซอมบี้ สัตว์กลายพันธุ์ และพืชกลายพันธุ์

สีเหลือง – พลังธาตุดิน

สีเขียว – พลังธาตุไม้

สีฟ้า – พลังธาตุน้ำ

สีแดง – พลังธาตุไฟ

สีน้ำเงิน – พลังธาตุลม

สีเทา – พลังธาตุโลหะ

สีดำ – พลังธาตุมิติ

ยิ่งซอมบี้ และสัตว์กลายพันธุ์เลเวลสูง สีของคริสตัลจะยิ่งเข้มขึ้น และมีประกายแสงมากขึ้น

ค่าเงินในฐาน

คริสตัลระดับ 1 เท่ากับ 10 คอยน์

คริสตัลระดับ 2 เท่ากับ 50 คอยน์

คริสตัลระดับ 3 เท่ากับ 200 คอยน์

คริสตัลระดับ 4 เท่ากับ 500 คอยน์

คริสตัลระดับ 5 เท่ากับ 1000 คอยน์

คริสตัลระดับ 6 เท่ากับ 5000 คอยน์

คริสตัลระดับ 7 เท่ากับ 10,000 คอยน์

คริสตัลระดับ 8 เท่ากับ 50,000 คอยน์

ระดับพลังอาวุธ

แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับสูง ระดับกลาง ระดับต่ำ

ประเภทธาตุ

ดิน

น้ำ

ไม้

ไฟ

โลหะ

พิเศษ

(แบ่งตามสีไล่จากต่ำไปสูง: ขาว,เหลือง, เขียว,ส้ม,แดง,น้ำเงิน,คราม, ม่วง, ดำ,เงิน,ทอง, พิเศษ)

เขตทิ้งร้าง

ชั้นใน: เขตอันตรายขั้นสูง (สีแดง) มีซอมบี้ สัตว์กลายพันธ์ุ พืชกลายพันธ์ุเลเวลสูง

ชั้นกลาง: เขตอันตรายปานกลาง (ผู้เล่นระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป

ชั้นนอก: เขตอันตรายน้อย

(แปะข้อมูลไว้ ประกอบการอ่านนะคะ นอกจากช่วยนักอ่านแล้ว ยังช่วยกันไรท์ลืมด้วย แหะแหะ)

ตอนที่ 1 ฉันมาอยู่ที่ไหนฟะเนี่ย

เสียงลมหายใจหอบถี่ และเสียงวิ่งตึงตังๆ ดังก้องไปทั่วอาคารรกร้าง ไร้ผู้คนราวกับป่าช้าแห่งนี้ หญิงสาวผู้หนึ่งวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตหาทางเอาตัวรอดจากสิ่งที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังเธอมา

มันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยองที่สุดที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้จะได้เจอตัวจริงเสียงจริงเข้า

“ฮือ พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยหนูด้วยย ที่นี่มันที่ไหนเนี่ยยยย”

จางถิงไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเธอจู่ๆ ถึงมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว

“ตื่นได้แล้ว ยัยตัวขี้เกียจจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่ จางถิง ตื่นได้แล้ว”

เสียงแผดร้องของแม่ดังจากนอกห้อง จางถิงดึงผ้าห่มมาคลุมโปง เธอยังไม่อยากตื่นเลย เพราะเพิ่งนอนไปเมื่อตอนหกโมงเช้า แต่แม่ก็ตะโกนเรียกไม่หยุด เสียงแหลมสูงนั้นดังยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกเสียอีก เธอพยายามจะไม่สนใจแต่ด้วยความเป็นลูกกตัญญูกลัวแม่จะเสียงแหบไปเสียก่อน จึงจำใจยอมตื่นแล้วก็ได้ ไม่อยากยอมรับว่า ที่จริงคือกลัวแม่จะเข้ามาด้วยตัวเอง ซึ่งเธอไม่อยากคิดถึงวิธีการโหดเหี้ยมของแม่ในการปลุกเธอหรอก เหอเหอ

หญิงสาวสะบัดผ้าห่มออกอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะค่อยๆ กระดึ๊บๆ ไถลตัวลงจากเตียง ใครคิดภาพไม่ออก ก็นึกภาพหนอนขี้เกียจกำลังคลานบนใบไม้ล่ะกัน ภาพเดียวกันเลย

จางถิงมีรูปร่างที่ค่อนข้างอ้วน เอ้ย ค่อนข้างสมบูรณ์พูนสุขไปสักเล็กน้อย แถมยังตัวเตี้ย เอ่อ หมายถึงต่ำกว่ามาตรฐานหญิงทั่วไปสักหน่อย ประมาณ 154 จึงทำให้ตัวเธอที่อยู่ในชุดนอนสเวตเตอร์แขนยาวขายาวสีชมพู ดูเหมือนหนอนตัวอวบสีชมพูเลยทีเดียว

“กว่าจะลงมาได้นะ นี่แกอ่านนิยายโต้รุ่งอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย ไม่เที่ยงไม่ยอมตื่น กะอิ่มทิพย์ข้าวปลาไม่ต้องกินว่างั้น” แม่ส่งเสียงแขวะทันทีที่เห็นลูกสาวเดินตาปรือเข้ามาในห้องกินข้าว

“โธ่แม่ก็ อีกไม่นานก็เปิดเทอมแล้ว ให้หนูทำตามใจหน่อยเถอะ” จางถิงบ่นอุบอิบ เดินเกาหัวที่ยุ่งฟูไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว

ถึงแม่จะจู้จี้ขี้บ่น แต่ก็ดูแลเธออย่างดีเสมอ ดูสิ ทำข้าวหน้าหมูทอดของโปรดให้เธอด้วย

“ทำตามใจแกมาเดือนกว่า จนสภาพแกเหมือนซอมบี้เข้าไปทุกทีแล้ว ไม่ลองส่องกระจกดูตัวเองบ้างล่ะ หัวฟูเป็นรังนก ขอบตาคล้ำเหมือนแพนด้า นี่มันสภาพคนจะเป็นนักศึกษาที่ไหน ใครไม่รู้คงคิดว่าแม่ส่งลูกสาวตัวเองไปใช้แรงงานแบกหามแล้วมั้ง”

“แม่อ่ะ พูดเกินไป๊ ลูกสาวแม่ออกจะน่ารักขนาดนี้” พูดจบก็เอาตัวอวบๆของตนไปรัดร่างผอมเพรียวของแม่

“เหอะ เหอะ ปล่อยเลย เหม็นขี้ฟันคนหลงตัวเอง” แม่แค่นเสียง พยายามดันร่างลูกสาวออกด้วยท่าทางรังเกียจ

“อิอิ ถ้าแม่ว่าหนู ก็เท่ากับว่าตัวเองสิ หนูเป็นลูกสาวของแม่นี่นา”

“ยัยเด็กคนนี้นี่” แม่ยิ้มอย่างหมั่นไส้ หยิกแก้มอูมอย่างมันเขี้ยวจนคนเป็นลูกแสร้งร้องโอดโอยเสียงดังลั่น

“เลิกเล่นได้แล้ว ตอนกินเสร็จลูกต้องอย่าลืมเก็บล้างจานชามให้เรียบร้อยนะ ห้ามวางกองไว้ในอ่างล้างจานแบบที่เคยทำประจำล่ะ แม่เตรียมกับข้าวหลายอย่างใส่กล่องเก็บไว้ในตู้เย็น หิวก็เอามาอุ่นกินได้ แล้วก็มีพวกนม น้ำผลไม้ด้วยตุนไว้ให้แล้ว อย่ากินแต่พวกขนมถุงนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

“ค่า หนูรู้แล้วค่าแม่ รักแม่นะ จุบุจุบุ”

“ภาษาอะไรของแกเนี่ย” แม่ทำหน้าเพลีย แต่เธอเห็นนะ แอบยิ้มมุมปากด้วย จริงๆ ก็ชอบใช่ไหมล่า อิอิ

“อย่าลืมนะ แล้วอย่ามัวแต่อ่านนิยายทั้งวันล่ะ ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายข้างนอกบ้าง ข้าวปลาก็ทานให้ตรงเวลา เฮ้อ นี่แกไม่ไปกับพ่อแม่จริงๆ เหรอ เห็นสภาพแกแบบนี้แล้ว อยู่คนเดียวได้แน่เร้อ แม่ไม่ค่อยวางใจเล้ย”

“โธ่ แม่รีบไปเถอะ หนูดูแลตัวเองได้น่า เดินทางปลอดภัยนะคะ ฝากจุ๊บพ่อด้วยนะ” จางถิงเดินมาส่งแม่ที่ประตูบ้าน

“เออๆ ไปล่ะๆ แล้วอย่าลืม…”

แม่พูดคำว่า ‘อย่าลืม’ นับไม่ถ้วน จนเธอหลอนหูมาก แม่สั่งกำชับอีกเสียยืดยาวจนเธอคิดว่า กว่าแม่จะสั่งจบ คงไม่ต้องออกจากบ้านแล้ว โชคดีที่พ่อโทรเข้ามาตามตัว แม่จึงยอมออกไปได้ในที่สุด

วันนี้พ่อกับแม่จะกลับไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่หมู่บ้านในต่างเมือง ตอนแรกพวกท่านทั้งสองตั้งใจจะพาเธอไปด้วย แต่หัวเด็ดตีนขาดเธอก็ไม่ไปหรอก ที่นั่นอินเทอร์เน็ตช้าจะตาย อุตส่าห์ได้หยุดยาวทั้งที เธอต้องเก็บนิยาย กับซีรีส์ที่อยู่ในลิสต์ให้ครบก่อนจะมหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนให้ได้ และโชคดีที่อีกสองวันเธอต้องไปลงทะเบียนเรียนที่่มหาวิทยาลัย จึงได้ข้ออ้างปฏิเสธพอดี

นานๆ จะได้อยู่คนเดียวแบบฉ่ำๆ ตั้ง 1 อาทิตย์ สามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ โอกาสสุดพิเศษขนาดนี้เธอจะไม่คว้าไว้ให้โง่เหรอ

“เย้ ในที่สุดก็เป็นอิสระแล้วววว” หลังจากแน่ใจว่าแม่ออกไปจริงๆแล้ว จางถิงก็ชูมือขึ้นสองข้างกู่ร้องอย่างดีใจ กระโดดโลดเต้น พลางฮัมเพลงไปด้วย จนไปถึงที่โต๊ะอาหารเพื่อจัดการข้าวหน้าหมูทอดจานนั้นเสียที ท้องเธอร้องครวญครางเต็มทีแล้ว

“กว่าจะส่งแม่ออกไปได้ นึกว่าจะหูดับเสียแล้ว แต่เอาเถอะ หลังจากนี้ก็จะเงียบหูไป 7 วันเต็มๆ อิอิ” จางถิงใช้ส้อมจิ้มหมูทอดชิ้นโตมาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ในขณะที่มืออีกข้างยกมาคลึงหูเบาๆ เธอรู้ว่าแม่รักและเป็นห่วง แต่ไม่ต้องห่วงขนาดนั้นก็ด้ายย เธอกำลังจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วนะ ไม่เด็กแล้วสักหน่อย

จางถิงบ่นไปตามเรื่องตามราว บ่นไปกินไป ส่วนตาก็ไล่อ่านนิวฟีดในเว่ยป๋อไปด้วย

เอาตรงๆ เธอห่างโซเซียลไปอยู่ในโลกนิยายกับซีรีส์มานานพอสมควรเลยล่ะ เรียกว่าตั้งแต่สอบเสร็จ ก็ไม่สนใจอะไร หมกตัวอยู่แต่ในโลกใบน้อยของตัวเองจนกระทั่งเพิ่งอ่านนิยายเรื่องยาวสองพันกว่าตอนจบไป ตอนนี้จึงเหมือนเป็นช่วงพักเบรก เลยขอเข้าไปอัปเดตข่าวสารเสียหน่อย

น้ำแข็งขั้วโลกละลาย

ภาวะโลกร้อน

เอไอแย่งงานมนุษย์

วันอวสานของโลกใกล้มาถึง…

“โห แต่ละข่าว โลกเรามันใกล้จะแตกแล้วหรือไงกันนะ ถึงมีแต่ข่าวแบบนี้ออกมาเต็มไปหมด คนเราก็ช่างตื่นตูมกันเสียจริง ตลกชะมัด พวกโพสต์ข่าววันสิ้นโลกก็มโนกันไป เดี๋ยวก็เหมือนตอนยุค Y2K ที่ประโคมข่าวกันจนหน้าแหกกันไปเป็นแถบๆ ฮ่าฮ่าฮ่า” จางถิงอ่านไปก็หัวเราะคิกคัก เธออ่านนิยายแนววันสิ้นโลกมาเยอะ จนไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกใหม่อะไรแล้ว

เอาจริงๆ ถ้าเกิดวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ เธอขอตุยคนแรกให้มันจบๆ ไปเลยได้มะ ถ้าต้องดิ้นรนทุรนทุรายเอาชีวิตรอดทั้งจากซอมบี้ ทั้งจากมหันตภัยรอบด้าน เธอไม่เอาด้วยหรอก ขอนอนตุยสวยๆ แล้วไปลุ้นใหม่เอาชาติหน้าแล้วกัน

ในตอนนั้น เธอไม่คาดคิดเลยว่า แค่ความคิดเล่นๆของเธอ ไม่คิดว่าพระเจ้าท่านจะบ้าจี้ ส่งเธอไปพจญเหตุการณ์เช่นนั้นจริงๆ และแบบปุบปับไม่ทันตั้งตัวด้วย

ขณะที่เธอนั่งเล่นมือถือไปพลาง กินข้าวไปพลางจนกินเสร็จเรียบร้อย ก็ตั้งใจจะย้ายตัวเองไปนั่งย่อยอ่านนิยายเรื่องใหม่ที่โซฟา อยู่ๆก็ได้ยินเสียงดังมากจากด้านนอก เธอจึงเดินไปที่หน้าต่างเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างวาบ เจิดจ้ามากเสียจนเธอมองไม่เห็นอะไรเลย จากนั้นภาพก็ตัดไป

พอลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง เธอก็มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักมาก่อน

มันตลกมากตรงที่ เธอยังคงอยู่ชุดเดิม มือยังถือมือถือไว้ในท่าเดิมเป๊ะๆ เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอเท่านั้น

นี่เธอเผลอหลับจนฝันเป็นตุเป็นตะไปเหรอเนี่ย

จางถิงลองหยิกพุงตัวเอง

“โอ๊ย เจ็บ..ไม่ได้ฝันนี่นา”

เธอยืนช็อก อึนๆ งงๆ อยู่นานหลายนาที ก่อนจะพยายามตั้งสติ แล้วเริ่มกวาดตาสำรวจรอบๆ ห้องที่เธออยู่ในตอนนี้

มันเป็นห้องที่เหมือนกันห้องเรียน มีซากโต๊ะเรียนล้มเกลื่อน กระจัดกระจายไปทั่ว ถ้าเธอดูไม่ผิด รอยเปื้อนตามผนัง และพื้นห้อง เป็นคราบเลือดแน่ๆ มันดูน่ากลัวจนรู้สึกขนลุกไปหมด ยังดีว่านี่เป็นตอนกลางวันที่มีแสงแดดส่องสว่าง ไม่เช่นนั้น เธอคงกลัวจนก้าวขาไม่ออกแน่ๆ

จางถิงพยายามบังคับขาตัวเอง เดินไปที่หน้าต่าง เผื่อจะรู้ว่าตัวเธออยู่ที่ไหนกันแน่ แต่ในตอนนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงขลุกขลัก ดังมาจากด้านหลังห้อง

“สะ..เสียงอะไร…” หญิงสาวรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา

เมื่อมองไปที่หลังห้อง เธอเห็นตู้เก็บของขนาดใหญ่ด้านหลัง ปกติตู้พวกนี้จะไว้เก็บพวกอุปกรณ์ทำความสะอาด และของจิปาถะ แต่ตอนนี้ตู้กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง และเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนสัตว์กำลังขู่คำรามออกมาจากตู้นั้นอีกด้วย

“มะ มีตัวอะไรอยู่ข้างในแน่ๆ เลย คะ…คงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม” จางถิงหน้าซีดเผือด แอบรู้สึกว่าสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญอยู่ขณะนี้ ช่างรู้สึกคุ้นเหลือเกิน เหมือนฉากในหนังสยองขวัญสักเรื่อง หรือฉากบางตอนในนิยายที่เคยผ่านตา

แต่เธอไม่ใช่นางเอก ไม่มีทางขวัญกล้าเดินไปเปิดเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างในนั้นแน่ๆ จังหวะนี้ ขอเผ่นก่อนล่ะค่าาา

เธอรีบวิ่งไปที่ประตูห้องเพื่อหนีจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ตัวอะไรในตู้นั้นจะโผล่ออกมา แต่จังหวะที่เธอกำลังจะถึงที่ประตูนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงดังปัง! แล้วสิ่งที่หลุดออกมาจากตู้เก็บของนั้น ก็ทำเอาเธอตาเหลือก

ให้ตายเถอะ! ทำไมแต่ก่อนซื้อหวยไม่เคยถูกสักงวด แต่ตอนนี้กลับเดาถูกซะงั้น!

มันคือซอมบี้ค่ะท่านผู้โช้มมม

ฮือออ ซอมบี้ตัวจริงเสียงจริงของแท้ รูปร่างหน้าตาเหมือนในหนังสยองขวัญที่เธอเคยดูไม่ผิดเพื้ยน อุแงงง แม่จ๋าาาา กลัวจนจะฉี่ราดอยู่แล้ว

จางถิงไม่มีเวลามาร้องคร่ำครวญ เพราะคุณพี่ซอมบี้ตัวนั้น มันวิ่งพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เมื่อเจอเหยื่อแสนโอชะ ร่างอวบอ้วนของเธอพลันกระเด้งตัวไปที่ประตูด้วยความเร็วอย่างที่ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถวิ่งได้เร็วขนาดนี้

ปัง!

จางถิงรีบปิดประตูทันเฉียดฉิวก่อนที่เจ้าซอมบี้ตัวนั้นจะมาถึง

อนิจจา แรงของเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ที่แทบไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน หรือจะสู้แรงของซอมบี้ได้ สุดท้ายจางถิงจึงตัดสินใจใส่เกียร์หมาวิ่งสี่คูณร้อยหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต

ถึงแม้จะเคยบอกว่า ถ้าถึงวันสิ้นโลกขอยอมตายให้มันจบๆ ไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมอุทิศตัวกลมๆ ของตัวเองกลายเป็นซาลาเปายักษ์ในสายตาของซอมบี้นี่นา อุแงงง

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน

จางถิงที่เริ่มเหนื่อยอ่อนกับการวิ่งหนีเจ้าตัวประหลาดที่ตามมาตลอดนั้น จู่ๆ ก็เกิดสะดุดขาตัวเองล้มลงไปที่พื้น

“ไอ้บ้าเอ้ย จะมาเป็นซีนนางเอกอะไรตอนนี้ พื้นเรียบๆ กระแดะสะดุดทำไมเนี่ย ตูไม่ใช่นางเอกในนิยายที่จะมีพระเอกมาช่วยนะเฟ้ยยย”

จางถิงอยากจะด่าตัวเอง พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แต่เพราะเจ็บข้อเท้ามาก บวกกับน้ำหนักตัวที่เยอะ ทำให้เธอลุกไม่ขึ้นเลย ดวงตาที่ปริ่มไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างอย่างตื่นกลัวเมื่อเห็นซอมบี้ตัวนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความกลัวก็กลายเป็นความโกรธ โวยวายสาปแช่งชะตาชีวิต

“ฮือ ฮือออ ขอสาปส่งใครก็ตามที่ส่งฉันมาที่นี่ ถ้าจะส่งให้มากลายเป็นอาหารของซอมบี้ อย่างน้อยก็ทำให้ช็อกตายไปก่อนได้มั้ย ฉันกลัวเจ็บ ฉันกลัวเลือด…แงงงง”

แต่ในตอนที่อีกไม่กี่ก้าว ซอมบี้ตัวนั้นจะพุ่งมาถึงตัวเธอนั้น จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว

(คุณต้องการเปิดโหมดฉุกเฉินเอาตัวรอดหรือไม่)

!!!

……………………………………

ไรท์: ยินดีต้อนรับสู่นิยายเรื่องใหม่ของไรท์นะคะ ขอให้สนุกและตื่นเต้นไปกับการพจญภัยของน้องถิงถิง สาวอวบสู้ชีวิตแต่โดนชีวิตสู้กลับ ชีวิตของถิงถิงน้อยจะโหด มันส์ ฮาแค่ไหน รอติดตามนะคะ ขอฝากน้องถิงถิงไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยค่าาา

ปล. เรื่องนี้ไรท์คิดพล็อตเรื่องหลังจากแต่งเรื่องด้ายแดงได้ไม่นาน แต่เสียเวลาคิดโครงเรื่องนานมากๆ กว่าจะได้ภาพที่ชัดเจนจนแต่งออกมาได้ เรื่องนี้ไม่มีแต่งสต็อคนะคะ พิมพ์สดวันต่อวันเลยค่ะ ถึงมาปล้นคลังไรท์ก็ไม่มีอะไรจะให้ปล้นนะคะ อิอิ

ตอนที่ 2: ของรางวัลจากระบบ

(คุณต้องการเปิดโหมดฉุกเฉินเอาตัวรอดหรือไม่)

เสียงที่ดังก้องในหัวเหมือนฟางช่วยชีวิต จางถิงดีใจแทบบ้า รีบร้องตะโกนออกไป

“เปิดๆ อะไรก็ได้ ช่วยฉันที”

สิ้นเสียงของจางถิง เป็นจังหวะเดียวกับที่ซอมบี้กำลังจะพุ่งถึงตัวเธอ มันใกล้ขนาดที่จางถิงเห็นรายละเอียดลักษณะของซอมบี้ตัวนั้นได้อย่างชัดเจน ผิวของมันดำอมม่วง เนื้อบางส่วนบนใบหน้านั้นเปื่อยยุ่ยจนเห็นถึงกระดูกด้านใน ดวงตาแดงฉาน ปูดโปนแทบจะถลนออกมา

“กรี๊ดดด กรี๊ดดด กรี๊ดดดดดด” จางถิงกรีดร้องดังลั่น นึกอยากให้ตัวเองเป็นลมหมดสติไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรสติของเธอก็แจ่มชัดอยู่อย่างนั้น

ทันใดนั้น จู่ๆ มือของเธอก็ยกขึ้นเอง แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรอยู่ในมือของเธอ ซึ่งมันมีน้ำหนักพอสมควร

ฉึก!

เลือดสีคล้ำพุ่งสาดกระจายไปทั่ว เปรอะใบหน้าและตามเนื้อตัวของหญิงสาวๆ เต็มๆ แต่ก่อนที่ร่างของซอมบี้ตนนั้นจะล้มลงมาทับ มือของจางถิงก็ปล่อยสิ่งที่อยู่ในมือออกแล้วกลิ้งตัวออกไปด้านข้างได้ทันท่วงที

สภาพของหญิงสาวในตอนนี้คืออยู่ในท่านอนตะแคงข้าง และหันหน้าไปทางร่างของซอมบี้ตัวนั้น โดยมีระยะห่างเพียงแค่มือเอื้อมถึง จมูกของเธอได้กลิ่นเน่าเหม็นจากร่างของมันอย่างชัดเจนจนขนทั่วร่างลุกชัน ตัวสั่นเทิ้มจนไม่สามารถควบคุมได้

ทุกอย่างนี้ เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น

(ยินดีด้วย คุณฆ่าซอมบี้ระดับ 1 ได้สำเร็จ ปลดล็อกระบบประจำตัว เป็น ‘ผู้เล่นฝึกหั’)

(คุณได้รับรางวัลการปราบซอมบี้ครั้งแรก โปรดตรวจสอบของรางวัล)

(คุณได้รับรางวัลการปลุกระบบครั้งแรก โปรดตรวจสอบของรางวัล)

เสียงโมโนโทนที่ดังก้องในหัว และหน้าจอประหลาดที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ปลุกสติของจางถิงให้กลับมา เธอรีบกระถดกายให้ถอยห่างจากซอมบี้ตัวนั้น จนกระทั่งหลังติดกำแพง

‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเธอกันแน่’

เธออยากจะหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความเหม็นหืนที่ยังติดจมูก และความชื้นแฉะของคราบเลือดที่กระเซ็นมาถูกมือของเธอ ชี้ชัดเป็นอย่างดีว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง

เหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมาเป็นของจริงทั้งหมด!

“นี่ฉันหลุดเข้ามาในโลกของเกมหรือนิยายอะไรเทือกนี้หรือเปล่าเนี่ย!”

ไอ้พล็อตนิยายหลุดโลกพวกนั้น ดันมีจริงๆ เนี่ยนะ

ต่อให้อยากจะสติแตก ร้องโวยวายเป็นบ้าเป็นหลังเพียงใด แต่เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์อันตรายแค่ไหน ในอาคารหลังนี้อาจจะมีซอมบี้ตัวอื่นอีกก็ได้

จากที่อ่านนิยายวันสิ้นโลก และดูหนังซีรีส์เกี่ยวกับซอมบี้มาหลายเรื่อง มีสิ่งที่พูดเหมือนๆ กันคือ เสียงจะดึงดูดความสนใจจากซอมบี้ได้ดีที่สุด

จางถิงจึงเม้มปากแน่น พยายามมองซ้ายมองขวา หวาดระแวงว่าจะมีตัวอะไรโผล่มาอีกหรือไม่ แต่ผ่านไปสักพัก ก็ไม่ได้ยินเสียงแปลกๆ อะไร รวมถึงไม่มีตัวประหลาดอะไรโผล่มาอีก เธอถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เธอจึงมองสำรวจหน้าจอที่อยู่ตรงหน้า

ชื่อ: จางถิง (ผู้เล่นจากต่างมิติ)

ระดับ: ผู้เล่นฝึกหัด Lv.1

พลังชีวิต: 50/100

กายภาพ: ความแข็งแรง 6, ความว่องไว 3, ความอดทน 5

ความสามารถพิเศษ: n/a

พลังพิเศษ: ธาตุมิติ

สกิล: n/a

ค่าประสบการณ์: 10/100

“ว้าว ฉันมีธาตุมิติเหรอ ไหนล่ะ มิติของฉันอยู่ไหน” ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกที่มีแทบจะหายไป แทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ เมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีพลังพิเศษเหมือนพวกนางเอกในนิยาย

เธออ่านนิยายมาหลายเรื่อง และอยากจะลองมีมิติของตัวเองแบบนี้บ้าง มันดูเจ๋งชะมัด

จางถิงลองเอามือสัมผัสตรงหน้าจอ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถสัมผัสได้ ลองสำรวจตรงข้อมือ หรือส่วนอื่นๆ ตามร่างกาย ก็มีเห็นมีปาน หรือสิ่งของอะไรอย่างที่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของมิติเลยสักนิด

“แล้วจะใช้มิติได้ยังไงล่ะ” จางถิงพึมพำอย่างงุนงงง

(โฮสต้องการเปิดมิติใช่หรือไม่)

ฉับพลันเสียงเดิมก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

“ธะ เธอคือระบบ ของฉันใช่ไหม” จางถิงร้องถาม

(ผมคือระบบประจำตัวของโฮสครับ)

“แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

(สถานที่โฮสอยู่ในตอนนี้คือเมือง x ประเทศจีน ในปี 2xxx ส่วนโฮสมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร โฮสยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ได้ครับ)

“ปี 2xxx นั่นมันห่างกันตั้งหลายร้อยปีเลยไม่ใช่เหรอ นี่ฉันทะลุมิติข้ามอนาคตมาหรือเนี่ย”

(โฮสเข้าใจผิดแล้วครับ โฮสไม่ได้มาที่อนาคต แต่มาอยู่ในโลกต่างมิติต่างหาก)

“เอ๊ะ แล้วมันต่างกันอย่างไร เมื่อกี้นายบอกว่านี่คือประเทศจีนไม่ใช่เหรอ” จางถิงงงกับคำตอบของระบบ

(ใช่แล้วครับ นี่คือประเทศจีน แต่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่มิติเดียวกับโลกที่โฮสเคยอยู่ ในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ มีมิติอยู่มากมายนับไม่ถ้วน บางส่วนเป็นมิติคู่ขนานกัน บางส่วนทับซ้อนกัน บางส่วนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โลกในมิติที่โฮสอยู่ในตอนนี้เป็นมิติคู่ขนานกับโลกเดิมของโฮส ทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะชื่อประเทศ หมู่เกาะ หรือสถานที่สำคัญต่างๆ แต่บุคคล หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ อาจเหมือนและแตกต่างจากโลกเดิมของโฮสก็ได้)

(ยกตัวอย่างเช่น โลกในมิตินี้ จะไม่มีตัวโฮสอีกคนหนึ่งอยู่ที่นี่อย่างไรล่ะครับ)

พอระบบอธิบายจบและเงียบเสียงไป จางถิงก็ทำหน้าอึ้งไปสักพัก พยายามประมวลผลสิ่งที่ได้รับฟังจากระบบ

“ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกไหม นายหมายถึง ในปี 2xxx ที่โลกเดิมของฉัน อาจจะไม่มีซอมบี้ หรือวันสิ้นโลกแบบในโลกมิตินี้ ใช่หรือเปล่า”

(ผมไม่สามารถตอบได้ครับ เพราะมันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ ผมยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ครับ)

“แล้วเหตุผลที่ฉันถูกส่งตัวมาที่นี่ล่ะ”

(โฮสต้องหาคำตอบด้วยตัวเองครับ)

“แล้วฉันจะกลับไปที่โลกเดิมได้อย่างไร”

(โฮสต้องหาคำตอบด้วยตัวเองครับ)

“โอย อะไรๆ ฉันก็ต้องหาคำตอบเอง แล้วนายมีประโยชน์อะไรบ้างเนี่ย” จางถิงชักมีน้ำโห นู่นก็ไม่รู้ นี่ก็ตอบไม่ได้ เป็นระบบผู้ช่วยภาษาอะไรเนี่ย

(ผมเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของโฮส เป็นผู้ช่วยแนะนำการเพิ่ม และพัฒนาศักยภาพของโฮสในด้านต่างๆ เพื่อสามารถเอาตัวรอดในโลกมิตินี้ครับ)

“หน้าต่างสถานะบอกว่า ฉันมีพลังแฝงธาตุมิติ แล้วฉันจะใช้มิติของตัวเองได้อย่างไรล่ะ”

(หากโฮสต้องการจะเปิดมิติ โฮสต้องเพิ่มระดับ เป็นนักเล่นฝึกหัด Lv.2 ก่อนครับ)

“ห๋า แล้วฉันจะเลื่อนระดับได้อย่างไรล่ะ”

(แน่นอนว่าโฮสต้องเพิ่มแต้มประสบการณ์ครับ การเพิ่มแต้มประสบการณ์สามารถทำได้หลายวิธี หนึ่งในนั้นคือวิธีที่โฮสเพิ่มทำไป)

“ยะ อย่าบอกนะว่า คือการคะ ฆ่าซอมบี้…” จางถิงหน้าซีดถามเสียงสั่น

(ปิ๊งป่อง ถูกต้องแล้วครับ)

ไม่อ้าววว ไม่อาววว ให้ไปเจอตัวน่ากลัวแบบนั้นอีกเนี่ยนะ ให้ตายก็ไม่เอา

จางถิงสั่นหน้าพรืด ไม่อยากไปเผชิญกับตัวประหลาดพวกนี้อีกแล้ว

“นะ นายบอกว่าทำได้หลายวิธีนี่ บอกวิธีอื่นๆ มาหน่อย”

(โฮสต้องยอมรับก่อนนะครับว่า ตอนนี้โฮสมาอยู่ในยุควันสิ้นโลก อย่างไรไม่ช้าก็เร็ว ก็ต้องผจญกับพวกมันอยู่ดี โฮสโชคดีว่าได้เจอกับซอมบี้เลเวลหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นซอมบี้ระดับต่ำสุด อันตรายน้อยสุด ถ้าโฮสเจอพวกเลเวลสูงกว่านี้ โฮสอาจจะไม่โชคดีเหมือนเมื่อสักครู่ก็ได้ ฉะนั้น โฮสควรพยายามปรับตัวให้ชินไว้ก่อนนะครับ)

จางถิงเม้มปากแน่น มันก็จริงอย่างที่ระบบพูด เธอมาอยู่ในโลกประหลาดใบนี้ วันข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรอีก หากไม่รีบคุ้นชิน และปรับตัวให้ได้เสียตั้งแต่ตอนนี้ จากผู้ล่า ก็จะกลายเป็นผู้ถูกล่าแทน

ถึงแม้เธอจะกลัวตาย แต่เธอก็อยากกลับไปเจอพ่อแม่ เพื่อนฝูงในโลกเดิมของเธอ คงต้องฮึดสู้เพื่อหาหนทางกลับไปให้ได้

เอาฟะ คิดซะว่า กำลังเล่นเกมอยู่แล้วกัน!

จางถิงพยายามปลุกปลอบใจตัวเอง ทำใจกล้าเหล่มองไปที่ซากซอมบี้ตัวนั้น ก่อนจะรีบหันกลับมาด้วยความกลัว ฮือออ ขอทำใจอีกแป๊บละกัน

“งั้นนายบอกวิธีอื่นในการเพิ่มค่าประสบการณ์มาสิ”

(นอกจากการปราบซอมบี้แล้ว สามารถเพิ่มประสบการณ์ได้จากการปราบสัตว์กลายพันธุ์ การปราบพืชกลายพันธุ์ การปราบสัตว์อสูร การเพิ่มค่าทางกายภาพ การอัพเลเวล รางวัลจากระบบ และอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ แต่ด้วยสถานะของโฮสในตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้ ผมจึงยังขอไม่กล่าวถึงนะครับ)

“…”

แล้วไอ้การปราบตัวบ้าบอที่พูดมาฉันสามารถทำได้แล้วเหรอยังไงยะ ฮึ่ม

จางถิงค่อนแคะระบบในใจอย่างหมั่นไส้ แต่ละอย่างที่พูดมาก ไม่น่าจะทำได้ง่ายๆ เลยสักนิด

“เอ๊ะ จำได้ว่าฉันได้รางวัลจากระบบมานี่นะ งั้นขอดูหน่อย เผื่อจะเป็นค่าประสบการณ์” จางถิงนึกได้ว่าตอนฆ่าซอมบี้ไป ได้ยินว่ามีได้ของรางวัลด้วย แต่ตอนนั้นมัวแต่กลัวอยู่เลยลืมดูไปเลย

จางถิงพูดจบ ภาพหน้าจอตรงหน้าก็เปลี่ยนไป มีกล่องของขวัญปรากฏขึ้นสองกล่อง

“แล้วจะเปิดของรางวัลอย่างไรล่ะ มันแตะหน้าจอไม่ได้นี่”

(โฮสแค่ใช้สายตาเลื่อนมองกล่องที่จะเปิด แล้วคิดในใจว่าเปิดก็ได้แล้วครับ)

ง่ายขนาดนี้เลย แล้วเมื่อกี้ฉันทำบ้าอะไรตั้งนาน

จางถิงอยากจะเขกหัว ในความซื่อบื้อของตัวเอง

เธอลองทำตามที่ระบบแนะนำ ก็สามารถเปิดกล่องของขวัญทั้งสองกล่องออกมาได้

ยาฟื้นฟูพลังระดับกลาง 1 ขวด

มูมเมอแรง (อาวุธธาตุไม้ ระดับกลาง)

เดี๋ยว เดี๋ยววว เดี๋ยววก้อนนน มูมเมอแรงเนี่ยนะ!!

……………………………….

By admin