1721955

จุดเริ่มต้นของบทความชุดนี้มาจากกระแสฮิตเหลือเกินของอาร์ตทอยจากจีน Pop Mart ซึ่งคือรูปแบบอาร์ตทอยในปัจจุบันที่รังสรรค์มันให้น่ารัก โซคิ้ว มีสตอรี่ มีเรื่องราว น่าสะสม จนหลายคนแทบหมดตัวเมื่อวงการจุ่มกล่องเข้าแล้วออกยากมาก ทำให้เราอยากลองหยิบอาร์ตทอยออกมาสัก 20 ชิ้น(จากนับพันนับหมื่น) ซึ่งใน บทความคราวก่อน เราพาย้อนไปถึงความเป็นมาของอาร์ตทอย และเราเชื่อว่าคุณผู้อ่านน่าจะสังเกตเห็นแล้วว่าจุดเริ่มต้นของพวกมัน เรียบง่ายกว่าที่เห็นในปัจจุบันเยอะเลย แถมบางทีมันไม่ได้มีสตอรี่ซับซ้อน บางตัวออกจะน่าขนลุก ไม่ได้น่ารักอย่างฟากฝั่งจีนที่จงใจจะเรียกเงินเข้ากระเป๋าจากนักสะสมอย่างทุกวันนี้ และจากจุดเริ่มต้นในคราวที่แล้ว ส่วนของคราวนี้จะเป็นไทม์ไลน์ต่อเนื่องก่อนที่จะมาถึงยุคปัจจุบันในบทความชิ้นต่อไปอันน่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว (มั้ง) / คราวนี้เราขอเริ่มจาก

Luke Chueh

ลุค ฉู่ เป็นศิลปินโลว์โบรว์ ป๊อปเซอร์เรียล ที่ทั้งพ่อทั้งแม่ของเขาเป็นชาวจีนโพ้นทะเล แต่ตัวเขาเกิดเมื่อปี 1973 ในฟิลาเดลเฟีย สหรัฐ ก่อนที่ภายหลังจะย้ายไปแคลิฟอร์เนีย ผลงานของเขาผสมผสานความน่ารักกับความชวนขนลุก โดยเขาสร้างภาพเหมือนตัวเองแบบสมมติว่าเป็นหมีขาวตัวหนึ่ง เป็นหมีตัวโต ๆ หน้าเหงา ๆ ที่สื่อความในใจด้วยท่าทางง่าย ๆ แต่ตีความได้มากมาย

ฉู่อธิบายว่า “งานของผมเป็นการผสมผสานระหว่างตัวละครสัตว์น่ารักที่มีบุคลิกแบบมนุษย์ บ่อยครั้งมันจะมาในสถานการณ์ที่น่าสยดสยอง ผมเดาเอาว่าอาจเป็นเพราะผมมักจะรู้สึกเสมอว่างานศิลปะที่น่าดึงดูดใจที่สุดคืองานศิลปะที่ผสมผสานองค์ประกอบด้านมืดและสว่าง ในกรณีของผม ตัวละครที่น่ารักซึ่งเห็นอกเห็นใจจะมักจะต้องประสบพบเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายเสมอ ไอเดียในงานของผมเป็นเพียงการตีความจากประสบการณ์ชีวิตที่ผมเคยเจอมา และในขณะเดียวกันผมก็ชอบที่จะเล่นคำหรือผูกโยงเข้ากับวัฒนธรรมสมัยนิยม…ตามหลักแล้วหมีไม่ใช่สัตว์น่ารักน่ากอด แต่เป็นสัตว์ป่าดุร้ายที่เราควรระวังตัวให้ดีเมื่อเผชิญกับมัน”

“ผมเริ่มอาชีพอย่างจริงจังด้วยงานจิตรกรรมตอนย้ายไปอยู่แอลเอเมื่อปี 2003 แต่จริง ๆ แล้วผมทำงานแนวนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยช่วงกลางทศวรรษที่ 90 แล้ว โดยไอเดียแรกเริ่มของผมคือ Joe Camel หรือตัวมาสคอตโฆษณาบุหรี่ Camel ตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะสนุกดีนะถ้าได้สำรวจแนวคิดผู้คนด้วยการใช้ตัวการ์ตูนที่เป็นธีมแบบผู้ใหญ่ มาในรูปลักษณ์แบบภาพวาดสำหรับเด็ก”

FYI

Joe Camel บางทีก็ถูกเรียกว่า ตาเฒ่าโจ (Old Joe) เป็นอูฐมนุษย์รูปหล่อและเท่มาก เขาเป็นมาสคอตโฆษณาสำหรับบุหรี่ Camel ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1974 สำหรับแคมเปญโฆษณาในฝรั่งเศส ก่อนจะถูกออกแบบใหม่สำหรับตลาดอเมริกาในปี 1988

ในปี 1991 วารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (JAMA) ตีพิมพ์งานวิจัยว่า Joe Camel ดึงดูดเด็ก ๆ พอ ๆ กับ โลโก้ช่องทีวีดิสนีย์ จากการสำรวจในเด็กวัย 6 ขวบ และพบว่าเด็กมัธยมปลายส่วนใหญ่รู้จัก Joe Camel มากกว่าผู้ใหญ่ ไปจนถึงพบอีกว่าส่วนแบ่งตลาดของ Camel ในหมู่เยาวชนที่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย การวิจัยนี้ทำให้บุหรี่ Camel ถูกฟ้องร้องในแคลิฟอร์เนีย และถูกร้องเรียนอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลาง (FTC) โดยต่อมา Camel ปฎิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทกำลังทำการตลาดในกลุ่มเด็ก แต่ก็ยอมยุติการใช้ Joe Camel ในปี 1997 หลังจากถูกดำเนินคดีและได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐ

ชีลา โดเลนเด ผู้อำนวยการแกลอรี Steeling อธิบายเกี่ยวกับงานของฉู่ว่า “ตามธรรมเนียมแล้วสัตว์ป่าที่ดูองอาจอย่างหมีมักถูกอธิบายว่าเป็นสิ่งสวยงามที่ถูกแต่งแต้มด้วยความเจ็บปวด ฉู่นำแนวคิดเหล่านั้นมารวมไว้ในผลงานชิ้นเดียวที่ชวนให้นึกถึงสัตว์ยัดนุ่นอ่อนนุ่มไร้เดียงสาในวัยเด็ก ผลงานของเขาทั้งน่าสนใจและน่าทึ่ง เป็นมิตร และโศกเศร้าในคราวเดียว เขานำแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวอันล้ำลึกมาสู่วัฒนธรรมสมัยนิยม และสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากความททุกข์ทรมานที่เขาเคยได้รับจากบรรดาพวกคนใจคับแคบสมัยเขายังเป็นเด็กที่เติบโตมาในฐานะที่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่มักจะถูกเหยียดอยู่เสมอ”

https://www.lukechueh.com/
https://www.instagram.com/lukechueh/

Futura

ลีโอนาร์ด ฮิลตัน แมคเกอร์ เกิดเมื่อปี 1955 ศิลปินอเมริกันรุ่นเก๋าหนึ่งในผู้บุกเบิกสตรีทอาร์ต ขณะนี้มีอายุ 67 ปี ในวงการกราฟิตี้และอาร์ตทอยเขาเป็นที่รู้จักในชื่อ Futura ในฐานะมือวาดผลงานกราฟิตี้ผิดกฎหมาย ตามสถานีรถไฟใต้ดินของนิวยอร์ก ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 จนช่วงปี 1974-1978 เขาไปรับราชการในกองทัพเรือสหรัฐ และเดินทางไปทั่วโลก แล้วช่วงต้นยุค 80s เขาก็เป็นที่รู้จักเมื่อจู่ ๆ ก็โผล่ไปร่วมแสดงผลงานกับศิลปินดัง ๆ อย่าง คีธ แฮริง, ฌ็อง มิเชล บาสเควียต, ริชาร์ด แฮมเบิลตัน และเคนนี ชาร์ฟ จากนั้นเขาก็หายไปจากวงการอีกหลายปี ไปเป็นพนักงานแมสเซนเจอร์ส่งสินค้าด้วยจักรยาน จนโผล่มาอีกทีในยุค 2000 เขาก็กลับมาดังอีกครั้ง เราจะอธิบายง่าย ๆ ว่าช่วง 80s เขาดังร่วมกับศิลปินที่กลายเป็นแรงบันดาลใจไปทั่วโลก แต่ครึ่งหนึ่งของคนเหล่านั้นมีโอกาสแสดงงานได้แค่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น เนื่องจากเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย แฮริง ติดเชื้อ HIV, ส่วนบาสเควียตก็เสพยาเกินขนาด การปรากฏตัวอีกทีของ Futura ในยุค 2000 จึงเป็นการกลับมาหลังจากหายไปกว่าสองทศวรรษของศิลปินรุ่นบุกเบิก ที่ยังไม่ตายและยังคงสร้างผลงานใหม่ ๆ อยู่

การกลับมาคราวนี้นำพาให้เขาไปทำงานร่วมกับศิลปินเจ้าพ่อป๊อปอาร์ตญี่ปุ่นคนสำคัญอย่าง ทาคาชิ มุราคามิ แถมในยุคหลัง ๆ มานี้ ลีโอนาร์ด มีผลงานคอลแล็บกับแบรนด์แฟชั่น และนักออกแบบมากมาย ไม่ว่าจะ Nike, Uniqlo, Levi, Nigo (เจ้าของแบรนด์ Human Made, A Bathing Ape และครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของแบรนด์ดังระดับโลก Kenzo), Virgil Abloh (แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ เจ้าของแบรนด์ Off-White, Comme des Garçons และครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ Louis Vuitton) ฯลฯ

หนึ่งในผลงานฟิกเกอร์เลื่องชื่อของเขาที่กลายมาเป็นอาร์ตทอย คือ Point Man แมคเคอร์เล่าว่า “คีธ แฮริ่ง มีจักรวาลคาแร็คเตอร์ทั้งหมดที่เขาสามารถวาดได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่เขามักจะกลับมาหาสิ่งพื้นฐานๆ สองสามอย่างเสมอ นั่นคือทารกคลานและสุนัขเห่า ครั้งหนึ่งคีธเคยบอกกับผมว่า ‘คุณต้องมีตัวระบุที่เป็นสัญลักษณ์จริง ๆ’ ตอนที่ผมเริ่มทำ Point Man ผมได้แรงบันดาลใจจาก Alien ของ HR Giger ขณะที่ผลงานของกีเกอร์มีรายละเอียดสมบูรณ์แบบมาก ตัวผมสนใจการวาดภาพสิ่งที่เป็นนามธรรมมากกว่า” แล้ว Point Man ก็ถือกำเนิดขึ้นในฐานะเอเลี่ยนต่างดาวในแบบนามธรรม (Abstract)

FYI HR Giger

ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกีเกอร์ในฐานะศิลปินชาวสวิสผู้ออกแบบสัตว์ต่างดาวที่ภายหลังถูกเรียกว่า ซีโนมอร์ฟ ในหนัง Alien (1979) จะว่าเขาเป็นศิลปินเบอร์แรก ๆ และอันดับต้น ๆ ในการวาดแนวคิดชีวะจักรกลก็ไม่ผิด และด้วยแนวคิดนี้เองที่ทำให้ริดลีย์ สก็อต ผู้กำกับ Alien ติดต่อทาบทามเขามาออกแบบในทันที โดยเขาออกแบบตัวซีโนมอร์ฟและอื่น ๆ มาจากภาพที่เขาเคยวาดในชุดที่ชื่อว่า Necronom IV ผลงานนี้ทำให้กีเกอร์ร่วมรับรางวัลด้านวิช่วลเอ็ฟเฟ็คต์ และทั่วโลกก็หันมาสนใจผลงานสุดโหดและหม่นมืดราวกับนรกต่างดาวของเขาในทันที

FYI Keith Haring

ศิลปินไอคอนป๊อปอาร์ต และสตรีทอาร์ต ยุค 80 ในนิวยอร์ก ผู้ล่วงลับด้วยภาวะแทรกซ้อนจาก HIV ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและบ่อยครั้งถูกใช้ในการชุมนุมเคลื่อนไหวทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความรัก เซ็กซ์ปลอดภัย LGBTQ และ HIV ไปจนถึงต่อต้านการแบ่งชนชั้น และการเหยียดผิวในสังคมอเมริกัน ได้รับการยอมรับในฐานะชาวเกย์รุ่นบุกเบิกคนสำคัญของสหรัฐ

ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลจากการศึกษาสัญศาสตร์ (Semiotics) เขามักจะไปวาดเติมผลงานของเขาตามป้ายโฆษณา สถานีรถไฟใต้ดิน ทางสัญจรที่ผู้คนผ่านไปมาเห็นได้ชัดเข้าใจได้ง่ายโดยทันที ด้วยการใช้สีสด ลายเส้นเรียบง่าย และด้วยวิธีนี้ผลงานของเขาจึงกลายเป็นศิลปะสาธารณะ ที่อยู่นอกระบบศิลปะแบบการตลาดชั้นสูง ไอคอนสำคัญของเขาคือ Radiant Baby และ Barking Dog ส่งผ่านความสุขและแนวคิดแง่บวกแก่ผู้คน

ความหมายของสุนัขเห่า เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นในช่วง 1980-85 ของแฮริ่ง เป็นสัญลักษณ์แทนการกดขี่ และความก้าวร้าว ความกราดเกรี้ยวต่อผู้มีอิทธิพลที่กดทับประชาชน โดยเตือนให้ผู้ชมตระหนักถึงการใช้อำนาจในทางที่ผิดซึ่งแพร่หลายในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกัน และที่อื่น ๆ ทั่วโลก ศิลปินใช้ลายเส้นแบบชนเผ่าดั้งเดิม รูปหมาแสดงความภักดี มิตรภาพ และเชื่อฟัง แฮริ่งล้มล้างสัญลักษณ์ของสุนัขว่าหมาจะไม่เป็นมิตรอีกต่อไป หมาจะส่งเสียงเห่าตะโกนดังที่สุด เพื่อแสดงความไม่ไว้วางใจต่อบุคคลที่กดหัวเราให้ภักดีต่ออำนาจ

ทารกเปล่งรังสี เด็กทารกเป็นภาพแทนความไร้เดียงสา แผ่พลังงานบวกจากท่าคลานเข่าของเขา นักวิจารณ์หลายคนเชื่อว่ามันซ่อนความหมายถึงพระเยซู ผู้เป็นทารกบริสุทธิ์จากหญิงพรหมจรรย์ แต่ในทางกลับกันผลงานของแฮริ่งคือการล้มล้างแนวคิดเหล่านั้นด้วยภาพเชิงสัญลักษณ์ เพื่อต่อสู้กับจุดยืนของศาสนจักรที่เข้ามากดขี่ว่า LGBTQ คือปีศาจ และ HIV คือบทลงโทษจากพระเจ้า

https://futuralaboratories.com/
https://www.instagram.com/futuralaboratories/

Mori Chack

ถ้าในอเมริกามี ลุค ฉู่ ที่เกิดปี 1973 ปีเดียวกันนั้นมี โมริ แช็ค ศิลปินญี่ปุ่นอีกคนเกิดในโอซาก้า และอีกสิ่งที่เหมือนกันคือหมีของโมริ ก็โด่งดังในช่วงยุค 2000 อาจจะก่อน ลุค ฉู่ นิดหน่อยด้วยซ้ำ โมริ โด่งดังในฐานะเจ้าของไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เขาตั้งชื่อพวกมันว่า Chax ในบรรดานั้นมีหมีจอมโหดสีชมพูสุดแหววนามว่า Gloomy Bear (หมีมัวหมอง) มือเปื้อนเลือด กินคนเป็นอาหาร กำเนิดในปี 2000 เพื่อเป็นสิ่งตรงข้ามกับบรรดาผลิตภัณฑ์คาวาอี้(น่ารัก)ทั้งหลาย อย่างบรรดาสินค้าดิสนีย์ หรือ เฮลโล คิทตี้ ของ ซานริโอ้ เพราะ โมริ เชื่อว่ามนุษย์และสัตว์ไม่มีวันเข้ากันได้ และสัตว์ป่าก็คือสัตว์ที่ควรอยู่ในป่าตามธรรมชาติ หมีหมองของโมริจึงเป็นหมีเปื้อนเลือดที่มักจะมากระทืบ เขมือบ เชือด มนุษย์ให้สาสมกับสิ่งที่มนุษย์ชอบทำลายธรรมชติ

“Gloomy Bear เป็นหมีน่ากอด เขากอดได้นะ แต่คุณไม่ควรจะกอดเขา เพราะมันเป็นหมีขี้แกล้งจอมรังแกคน” โมริเกริ่น
เรื่องเล่าของหมีมัวมองตัวนี้คือ มันเป็นหมีน้อยที่ถูกทอดทิ้ง ได้รับการช่วยเหลือจากหนุ่มน้อย Pitty ในตอนแรกมันน่ารักน่ากอด แต่พอโตขึ้นมันกลับดุร้ายป่าเถื่อน เพราะหมีไม่ได้ยึดติดกับคน ไม่เหมือนหมาที่ภักดีต่อมนุษย์ตามธรรมชาติ แต่ธรรมชาติของเจ้ากลูมมี่คือทำร้ายคน ดังนั้นมันจึงโจมตีหนุ่มน้อย แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของผู้เลี้ยงดูมันมาแต่น้อยก็ตาม กลูมมี่หมีมัวหมองจึงมีมลทินคราบเลือดอันเกิดจากการกัดแทะ ชกต่อย กระทืบ เชือด หรือกระซวกเด็กน้อยอย่างทารุณความเศร้าหมองนองเลือดของหมีสีชมพูเรียกว่า Chax Colony Edition

โมริ ยังสร้างตัวละครอื่น ๆ ในสไตล์คล้ายกันขึ้นมาด้วย อาทิ Podolly แกะในคราบหนังหมาป่า เพื่อเล่นคำกับวลีหมาป่าในคราบแกะ และ Kumakikai หุ่นยนต์สุดมืดมนแต่มีไอพ่นพุ่งจากฝ่าเท้า บางทีก็เป็นเทพีเสรีภาพที่มือนึงถือระเบิดขวด อีกมืดถือหนังสือเขียนคำว่า Free?
หลายคนอาจมองว่างานของเขาใจร้าย แต่โมริตอกกลับว่า “แล้วแต่ผู้คนจะตีความ สำหรับผมเจ้าหมีสีชมพูดูคาวาอี้ มันอาจจะไม่ใช่ภาพแทนสำหรับหมีจริง ๆ ก็ได้นะ เราโตมากับของคาวาอี้รอบตัวมากมาย แต่โลกไม่ได้มีแต่ผู้คนที่จะทำตัวน่ารักใส่คุณ เราไม่ได้อยู่ในโลกสวยใสในทุ่งลาเวนเดอร์ได้ตลอดไป ผลงานของผมแค่กระตุ้นเตือนให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงโลกอีกด้าน โลกที่ไม่ได้ใจดีกับคุณ แม้คุณจะทำดีกับเขาแค่ไหน สักวันเขาก็อาจจะกลับมาแว้งกัดคุณได้ทุกเมื่อเหมือนกัน อย่ายึดมั่นถือมั่นในความดีงามน่ารักโซคิ้วเกินไปนัก”

https://gloomy-official.com/
https://www.instagram.com/morichack/

Qee

คีย์เป็นกลุ่มอาร์ตทอยจากบริษัท Toy2R ซึ่งก่อตั้งโดย เรย์มอนด์ ชอย ในฮ่องกงเมื่อปี 1995 คีย์มีรูปลักษณ์ที่ต่างกันไป ย้อนกลับไปในบทความคราวที่แล้วเราเอ่ยถึง Be@rbrick (ปี2001) ของญี่ปุ่น กับ Dunny (ปี2004) ของสหรัฐ Qee (ปี2001) ของฮ่องกงมีหมดทั้งหมี กระต่าย ลิง หมู หมา แมว และกะโหลก ข้อสังเกตคือหมีของคีย์มีหูไม่เท่ากัน และคาแร็คเตอร์ทั้งหมดพวกมันจะดูไหล่ตกเหนื่อยหน่ายรันทดชีวิต ไม่ค่อยร่าเริงอย่างอาร์ตทอยตระกูลอื่น บางทีก็คำรามเห็นฟันแหลม แล้วที่พวกมันถูกเรียกว่า Qee (คีย์) เพราะเดิมทีพวกมันเป็นต้นแบบของสิ้นค้าประเภทพวงกุญแจ (Key) ก่อนที่เรย์มอนด์จะปรับแปลงมันเสียใหม่ให้เป็นอาร์ตทอยน่าสะสม ยุคหลังมีเพิ่ม Domo Q เป็นก้อนสี่เหลี่ยมคล้ายโดมิโน แยกเขี้ยวคำราม

http://www.toy2r.com/
https://www.instagram.com/toy2raymond/

Ron English

รอง อิงลิช เกิดเมื่อปี 1959 เป็นศิลปินสตรีทอาร์ต อาร์ตโลว์โบรว์ชาวสหรัฐ เขาตั้งชื่อจักรวาลผลงานของเขาว่า POPaganda เพื่ออธิบายการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมชั้นสูงส่งกับต่ำตม ตั้งแต่ซูเปอร์ฮีโร่ในตำนานไปจนถึงเสาโทเท็มปรัมปราล้ำค่า จับของสองสิ่งมารวมตัวกัน เช่น อับราฮัม ลินคอล์น มารวมตัวบารัค โอบาม่า โมนาลิซ่ากับมิสเตอร์สไมล์ ยุวชนเรดการ์ดคอมมิวนิสต์จีนกับมิสเตอร์แม็คโดนัลด์ ลิงแต่งตัวเป็นตำรวจ ทหารมีตราสัญลักษณ์สันติภาพ ไปจนถึงตัวละครน่ารัก ๆ ยิ้มยิงฟันกว้างจนเห็นไปถึงโพรงกะโหลก ฯลฯ

นี่คืออีกหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจ เขาคือสตรีทอาร์ตรุ่นบุกเบิกจากยุค 80s และเช่นกันกับสตรีทอาร์ตคนอื่น ๆ คือผลงานของเขาเป็นเทคนิคที่เรียกว่า การรบกวนทางวัฒนธรรม (Culture jamming) เป็นรูปแบบหนึ่งของการประท้วงลงถนนต่อต้านลัทธิบริโภคนิยมจำนวนมาก เพื่อล้มล้างวัฒนธรรมสื่อ และวัฒนธรรมกระแสหลัก รวมถึงโฆษณา หรือหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ที่พยายามจะครอบงำกำหนดสังคมให้มวลชนมีกรอบคิดเป็นบล็อกเดียวกัน หรือบางทีก็เรียกว่าการสื่อสารแบบกองโจร (guerrilla communication) อันเป็นการประท้วงแบบเกิดขึ้นฉับพลันเพื่อไม่ให้ผู้ถูกประท้วงตั้งรับได้ทัน หรือซุ่มแอบมาทำผลงานเพื่อหลบหนีการถูกจับกุม

รอนเผยไอเดียเริ่มแรกของเขาว่า “เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณต้องตัดสินใจว่างานศิลปะของคุณจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร และจะให้บริการตามวัตถุประสงค์อะไร ศิลปะชั้นสูงส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อสถานการณ์ทางสังคมหรือการเมืองที่ศิลปะนั้นถูกสร้างขึ้น โดยเลือกใช้เสียงในการสนทนาแนวความคิดที่เล็กกว่าและลึกลับกว่า สำหรับผมการมีมุมมองที่แตกต่างออกไปซึ่งยอมรับว่าสถานการณ์ทั่วโลกที่เราพบว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่าการจงใจเพิกเฉย วิธีการนี้ยังช่วยให้งานศิลปะของผมมีชีวิตที่นอกเหนือไปจากการเป็นได้แค่วัตถุที่เบี่ยงเบนความสนใจและแฟชั่นเครื่องตกแต่งประดับประดา”

“ศิลปินไม่ได้ดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระออกจากสังคมของเขา ดังนั้นเราในฐานะศิลปินจึงไม่ควรอยู่ด้วยการกลั้นหายใจ การอดทนอดกลั้นไม่ใช่วิธีการประท้วงต่อต้านมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงต้องแหกปากตะโกนออกไปให้ดังที่สุด ให้ผลงานของเราส่งเสียงไปให้ไกลที่สุด”

“โลกศิลปะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ของปัจเจกนิยมมาเป็นเวลานานแล้ว ในขณะที่ศิลปินหน้าใหม่มีส่วนร่วมกับกลยุทธ์ที่ผลิตขึ้นด้วยมือมากขึ้น ความท้าทายก็คือการจะทำอย่างไรเพื่อรักษาจิตวิญญาณของศิลปินให้ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย นี่เป็นเรื่องง่ายสำหรับจิตรกรเสมอมา เพราะชิ้นงานใด ๆ ก็ตามเป็นจุดสนใจที่เข้มข้นในชีวิตของคุณในระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์ ในขณะที่ผมเปิดกว้างต่อการร่วมมือกับศิลปินอื่น แน่นอนว่าผมเปิดรับทุกสิ่งเสมอ”

https://www.popaganda.com/
https://www.instagram.com/ronenglish/

มาถึงบรรทัดนี้ก็ครบ 10 อาร์ตทอยพอดี อันเป็นเส้นแบ่งอาร์ตทอยในยุคแรก บทความชิ้นถัดไปจะเห็นพัฒนาการของอาร์ตทอยในยุคเรา ซึ่งทั้งหมดในตอนหน้าจะเป็นอาร์ตทอยที่ปรากฎขึ้นหลัง 2010 มาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้นจะมีผลงานสุดฮิตของ Pop Mart ด้วย โปรดติดตาม

By admin